ทำไมจัดฟันรอบสองควรเลือกแบบใส ? หมดกังวลเรื่องเหล็กดัดฟัน

หลายคนที่เคยจัดฟันมาแล้ว แต่กลับต้องมาจัดฟันรอบสอง เพราะเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์ต่อเนื่อง ฟันกลับมาซ้อนใหม่ หรือไม่พอใจกับผลลัพธ์จากการจัดฟันครั้งแรก ปัจจุบันการจัดฟันแบบใส (Clear Aligners) กำลังเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดฟันรอบสอง เพราะนอกจากจะใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกแล้ว ยังใช้เวลาน้อยกว่าอีกด้วย 
 

สาเหตุที่ต้องจัดฟันรอบสอง

การจัดฟันรอบสองเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย โดยสาเหตุที่ทำให้ต้องกลับมาจัดฟันอีกครั้ง มักเกิดจากสาเหตุเหล่านี้
  • ไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์อย่างต่อเนื่อง : หลังจากถอดเครื่องมือจัดฟัน ทันตแพทย์จะแนะนำให้ใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟันไว้ หากไม่ได้ใส่ตามคำแนะนำ ฟันจะมีแนวโน้มเคลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเดิม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องกลับมาจัดฟันรอบสองอีกครั้ง
  • ฟันกลับมาซ้อนหรือเคลื่อนตัว : แม้จะใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ แต่ด้วยธรรมชาติของฟันที่มีการเคลื่อนตัวตลอดชีวิต บางครั้งฟันอาจเกิดการเคลื่อนตัวเล็กน้อยจนสังเกตเห็นได้ ทำให้เกิดการซ้อนเกยของฟันอีกครั้ง และอาจทำให้ต้องจัดฟันอีกรอบ 
  • ไม่พอใจในผลลัพธ์จากการจัดฟันครั้งแรก : บางครั้งผลลัพธ์หลังการจัดฟันครั้งแรกอาจไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ทำให้ผู้เข้ารับการรักษาต้องการแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
  • ปัญหาการสบฟันที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข : บางกรณีอาจมีปัญหาการสบฟันที่ซับซ้อนและไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ในการจัดฟันครั้งแรก ทำให้ต้องแก้ไขในรอบที่สอง
 

ข้อได้เปรียบของการจัดฟันแบบใสสำหรับการจัดฟันรอบสอง

การจัดฟันรอบสองแบบใส มีข้อได้เปรียบหลายประการเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์จัดฟันมาแล้ว โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของการจัดฟันแบบใสคือความสะดวกสบายและความสวยงามระหว่างการรักษา ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ต้องการแก้ไขฟันโดยไม่กระทบต่อภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตประจำวัน 
 

ถอดได้ ทำความสะอาดง่าย

การจัดฟันแบบใสสามารถถอดและใส่เครื่องมือได้ทุกเวลา ทำให้การทำความสะอาดฟันและตัวเครื่องมือทำได้อย่างสะดวก ไม่มีปัญหาเรื่องเศษอาหารติดตามซอกเหล็กดัดฟัน ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นปาก คราบหินปูน และฟันผุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจัดฟัน นอกจากนี้ ยังช่วยให้สามารถแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ ส่งผลดีต่อสุขภาพของช่องปากโดยรวม
 

มองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนกว่า

เนื่องจากการจัดฟันแบบใสเป็นวัสดุโปร่งใส จึงทำให้สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของฟันได้อย่างชัดเจนตลอดการรักษา ผู้ป่วยสามารถสังเกตความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตนเอง ซึ่งต่างจากการจัดฟันแบบดั้งเดิมที่มักจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเมื่อถอดเครื่องมือแล้วเท่านั้น
 

ระยะเวลาการรักษาสั้นกว่าการจัดฟันแบบดั้งเดิม

สำหรับการจัดฟันรอบสอง โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นการแก้ไขฟันที่เคลื่อนตัวเพียงเล็กน้อย การจัดฟันแบบใสจะใช้เวลาน้อยกว่าการจัดฟันแบบดั้งเดิม โดยทั่วไปอาจใช้เวลาเพียง 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละกรณี เทียบกับการจัดฟันแบบดั้งเดิมที่อาจใช้เวลา 18-24 เดือน
 

ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็นจากการติดเหล็ก

การจัดฟันแบบใสไม่จำเป็นต้องติดอุปกรณ์จัดฟันเหล็กกับผิวฟัน จึงไม่ก่อให้เกิดรอยขรุขระหรือรอยด่างบนผิวฟันหลังการรักษา ทำให้ฟันยังคงความสวยงามตามธรรมชาติ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยขาวบนผิวฟัน ที่อาจเกิดจากการเสื่อมสภาพของเคลือบฟันระหว่างการจัดฟันแบบดั้งเดิม
 

การนัดติดตามผลน้อยครั้งกว่า

เมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบดั้งเดิมที่ต้องไปพบทันตแพทย์ทุก 3-4 สัปดาห์เพื่อปรับเหล็ก การจัดฟันแบบใสจะมีการเปลี่ยนชุดจัดฟันตามแผนการรักษาที่วางไว้ล่วงหน้า และนัดพบทันตแพทย์ทุก ๆ  6-8 สัปดาห์ ทำให้ประหยัดเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาว่าง
 

ความแม่นยำในการวางแผนการรักษา

เทคโนโลยีการจัดฟันแบบใสมีการใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในการวางแผนการรักษา ทำให้สามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ได้แม่นยำกว่า ผู้ป่วยสามารถเห็นภาพจำลองของฟันหลังการรักษาได้ล่วงหน้า ช่วยให้เข้าใจแผนการรักษาและกำหนดเป้าหมายร่วมกับทันตแพทย์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 

เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดฟันแบบใส

การจัดฟันแบบใสใช้เทคโนโลยีทันสมัยหลายอย่างเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่
  • การสแกน 3 มิติ - ทดแทนการพิมพ์ปากแบบดั้งเดิมที่ใช้วัสดุพิมพ์ปาก ด้วยการใช้เครื่องสแกนในช่องปากที่ให้ภาพสามมิติความละเอียดสูง ทำให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและสะดวกสบายกว่าสำหรับผู้ป่วย
  • การจำลองผลลัพธ์ก่อนการรักษา - ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์สามารถจำลองภาพการเคลื่อนที่ของฟันในแต่ละขั้นตอน ทำให้ผู้ป่วยสามารถเห็นผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้หลังการรักษาก่อนเริ่มใส่เครื่องมือจัดฟัน
  • การวางแผนการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์ - ทันตแพทย์สามารถวางแผนการเคลื่อนที่ของฟันในแต่ละขั้นตอนได้อย่างละเอียด เพื่อให้การเคลื่อนที่ของฟันเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีประสิทธิภาพ
  • การติดตามผลการรักษาแบบดิจิทัล - สามารถเปรียบเทียบการเคลื่อนที่ของฟันกับแผนการรักษาที่วางไว้ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ทันตแพทย์ปรับแผนการรักษาได้ทันท่วงทีหากจำเป็น
การจัดฟันรอบสองแบบใสมีข้อดีหลายประการ
 

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกจัดฟันรอบสองแบบใส

  • การประเมินสภาพฟันและเหงือก ก่อนเริ่มการจัดฟันรอบสอง ควรได้รับการตรวจประเมินสภาพฟันและเหงือกอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะสมกับการจัดฟันแบบใส เนื่องจากบางกรณีที่มีปัญหาซับซ้อน อาจจำเป็นต้องใช้การจัดฟันรูปแบบอื่น
  • ความพร้อมในการดูแลรักษา การจัดฟันแบบใสจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยอย่างมาก โดยต้องใส่ชุดจัดฟันอย่างน้อย 20-22 ชั่วโมงต่อวัน และต้องดูแลทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่ไม่มีวินัยในการใส่อาจไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
  • งบประมาณและค่าใช้จ่าย การจัดฟันรอบสองมีค่าใช้จ่ายที่ถือว่าคุ้มค่า เพราะแม้ว่าโดยทั่วไปแล้วจะมีราคาสูงกว่าการจัดฟันแบบดั้งเดิม แต่การจัดฟันรอบสองอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือจำนวนมากทำให้ไม่แพงนัก และที่สำคัญคือจะได้รับความสะดวกสบายที่มากกว่าการจัดฟันแบบดั้งเดิม
  • ระยะเวลาการรักษาที่เหมาะสม ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินระยะเวลาการรักษาที่เหมาะสม และวางแผนช่วงเวลาที่เหมาะกับการเริ่มต้นการรักษา
 

ขั้นตอนการจัดฟันแบบใสรอบสอง

  • ตรวจประเมินเบื้องต้น เมื่อคุณตัดสินใจเลือกจัดฟันรอบสองแบบใส ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟัน เหงือก และการสบฟัน พร้อมทั้งประเมินความเหมาะสมของการใช้การจัดฟันแบบใส โดยอาจมีการเอกซเรย์เพื่อดูรากฟันและขากรรไกร
  • การวางแผนการรักษา เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วน ทันตแพทย์จะวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยจะกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลา และรายละเอียดการรักษา
  • การสแกนฟันและจำลองผลลัพธ์ ใช้เครื่องสแกน 3 มิติเก็บข้อมูลโครงสร้างในช่องปาก จากนั้นใช้ข้อมูลนี้ในการจำลองการเคลื่อนที่ของฟันและผลลัพธ์หลังการรักษา
  • การใส่และเปลี่ยนชุดจัดฟัน ทันตแพทย์จะทำชุดเครื่องมือสำหรับจัดฟันใสเฉพาะบุคคลขึ้นมา เมื่อชุดจัดฟันพร้อม ผู้ป่วยจะใส่ชุดแรกและได้รับคำแนะนำในการใช้งาน โดยทั่วไปจะเปลี่ยนชุดใหม่ทุก 1-2 สัปดาห์ตามแผนการรักษา
  • การติดตามผล มีการนัดติดตามผลเป็นระยะเพื่อประเมินความก้าวหน้าและปรับแผนการรักษาหากจำเป็น
 

การดูแลรักษาหลังจัดฟันแบบใสรอบสอง

  • วิธีการใส่และถอดที่ถูกต้อง การใส่และถอดชุดจัดฟันควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่ควรใช้แรงกดหรือบิดมากเกินไป เพื่อป้องกันการแตกหักหรือเสียรูปของชุดจัดฟัน
  • การทำความสะอาด ควรทำความสะอาดชุดจัดฟันด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มและน้ำเย็น ไม่ควรใช้ยาสีฟันเพราะอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนและชุดจัดฟันเสียความใส และควรหลีกเลี่ยงการแช่ในน้ำร้อนเพราะอาจทำให้ชุดจัดฟันเสียรูปได้
  • การใส่รีเทนเนอร์ หลังจากการจัดฟันเสร็จสิ้น การใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับมาซ้อนเกยกันอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เคยมีประสบการณ์การเคลื่อนตัวของฟันหลังการจัดฟันครั้งแรก
  • การติดตามผลระยะยาว ควรมีการนัดตรวจติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าฟันยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและไม่มีการเคลื่อนตัวกลับ
 
การจัดฟันรอบสองเป็นการลงทุนที่สำคัญ และการเลือกวิธีจัดฟันที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด Dr Clear Aligners เป็นคลินิกจัดฟันใสในกรุงเทพฯ ที่เชี่ยวชาญในการจัดฟันแบบใสโดยเฉพาะ พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับการจัดฟันรอบสองของคุณ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและทีมทันตแพทย์ผู้ชำนาญการ 
หากกำลังตัดสินใจว่าจะจัดฟันใสดีไหม ? นัดปรึกษากับเราวันนี้ โทร. 02-101-2384 หรือแอดไลน์ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ Line: @drclearaligners
 
แหล่งอ้างอิง

You May Also Be Interested In

 

4 วิธีดูแลความสะอาดช่องปากของคนจัดฟันใส

เรื่องของความสะอาดช่องปาก ละเลยไม่ได้
 

5 พฤติกรรมเสี่ยงฟันเหลือง หมดความมั่นใจ

โดยปกติแล้วสีฟันของคนเราจะมีสีขาว ๆ มันวาว
 

3 ความเชื่อผิด ๆ สำหรับการ จัดฟันแบบใส

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีกว่า ปัญหาฟันเหยิน